ชาลดเบาหวาน

อึ้ง ! ไม่น่าเชื่อ “4 สมุนไพร”
ลูกษอนแนะให้ใช้ช่วยชีวิตผู้ป่วยน้ำตาลในเลือดสูง !

อุทาหรณ์...เรื่องจริงของแม่ลูกษอน

“คุณแม่ลูกษอนอายุ 90 ปีค่ะ คุณแม่เป็นคนที่ตัวเล็กมากๆ ก่อนหน้านี้เมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว คุณแม่ของลูกษอนติดขนม… ทานเบเกอร์รี่ ทานขนมเต็มไปหมด โดยก่อนนอนจะต้องทานแบบนี้ตลอด แล้วก็ทานนมถั่วเหลืองเป็นขวดๆอีกด้วย ปรากฎว่าหลังจากที่มีพฤติกรรมแบบนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ คุณแม่ค่อยๆ เพลียลงเรื่อยๆ…

ตอนนั้นคุณแม่ก็คิดเข้าข้างตัวเองว่า อ๋อ สังสัยเราเป็นมังสวิรัติ เราเป็นคนทานเจ อาจเป็นการทานอาหารซ้ำซาก เบื่ออาหารก็เลยทำให้ กินไม่ลง ก็เป็นได้ แต่ต่อมาน้ำหนักคุณแม่ก็ลดฮวบ ลดลงไป 5 กิโล อาการต่อมาก็คือมีท้องบวมร่วมด้วย”

อาการต่อจากนั้นก็คือ คุณแม่เพลีย ลุกไม่ขึ้น คือวันๆเพลีย นอนๆ เกือบทั้งวัน เราก็คิดว่าอ๋อ คุณแม่แก่แล้ว อาจจะเหนื่อยง่าย… จนวันนึงเชื่อไหมคะว่า คุณแม่เนี่ย เดินมาหาเรา แล้วบอกว่า พาแม่ไปหาหมอที พาแม่ไปตรวจหน่อย…ไม่ไหวแล้ว …คือปกติแล้วคนแก่น่ะค่ะ… เราชวนให้ไปตรวจสุขภาพประจำปี… ไม่มีวันไปอยู่แล้วค่ะ เซย์โนวตลอดชีวิต นึกออกไหมคะ เราก็พาไปหาคุณหมอเลย

อันนี้ต้องเตือนให้ทุกคนเลยนะคะ ถ้ามีใครในบ้าน นอนเท่าไหร่ก็ยังเพลีย บางคนนอนบ่าย แต่ก็ยังเพลียไม่สดชื่น ให้ไปตรวจ “ตับ” ก่อนเลยค่ะ “ตับ” เป็นอวัยวะที่สำคัญมาก ทั้งตับและตับอ่อน

ปรากฏว่าตรวจเจอ….คุณแม่ “ตับบวม” คุณหมอก็ให้ยามารักษาเรื่องอาการตับ กระทั่งอาการที่วิกฤติดีขึ้น แต่ค่าตับทำยังไงก็ไม่ปกติ คุณแม่ยังเพลีย ยังไม่มีแรง ยังไม่เหมือนเดิมอะค่ะ สุดท้ายนี่แหละค่ะ เป็นอนิสงค์ของที่พี่ได้ฟังเรื่องความรู้และค่อยๆเก็บเกี่ยวมาสักพัก เกี่ยวกับสมุนไพร 4 อย่าง ที่สามารถช่วยฟื้นฟูตับได้ ได้แก่ เห็ดหลินจือ ใบหม่อน เจียวกู่หลาน ชะเอมเทศ ก็ได้ไปรู้จักกับ “ชาที-มิกซ์” ให้คุณแม่ทาน หลังจากนั้นประมาณไม่เกิน 2 เดือน ไม่น่าเชื่อค่ะ ค่าตับทุกตัวลงหมด ก็เลยดื่มใหญ่เลย ตอนนี้ดื่มทั้งครอบครัวแล้วค่ะ ส่งต่อไปถึงเพื่อนๆของแฟนที่เขามีปัญหาเรื่องนี้ด้วย

คลิปประสบการณ์จริงของ "คุณแม่ลูกษอน"

ลูกษอนเห็นผลจริง... บอกต่อเพื่อนที่น้ำตาลสูง

มีอีกเคสหนึ่งค่ะ เป็นเรื่องของเพื่อนสามี… เขาเป็นรุ่นน้องที่รู้จักกัน มีวันหนึ่งเขาโทรมาหาสามีแล้วบอกว่า พี่ผมไม่ไหวแล้ว เขาบอกเขาเป็นเบาหวาน น้ำตาลขึ้น 500 กว่า เราก็ฟังแล้วแบบเห้ย ไม่ช็อคไปแล้วเหรอ ? แล้วเขาบอกทำยังไงน้ำตาลเขาก็ไม่ลง คุมไม่อยู่แล้ว เริ่มขึ้นตาแล้ว ตาจะบอดแล้ว แล้วก็เริ่มไปไต คือหลังของเขาเนี่ย เริ่มแตะไม่ได้แล้ว…

เราก็เลยซื้อ T-Mixes ให้ค่ะ ซื้อให้เขาเลย เพราะเขาเสียเงินไปกับการหาวิธีรักษาเยอะมากแล้ว แล้วก็ตกงานจากการที่เป็นเบาหวานแล้วไม่มีแรง ผ่านไปเดือนกว่า เขาแข็งแรงขึ้นค่ะ กลายเป็นเหมือนคนปกติ คือกลับไปกินพิซซ่า กลับไปกินทุเรียน เห็นแบบนั้นก็ตกใจ เตือนไปว่า เห้ย! เวลาน้ำตาลลดลงแล้ว อย่าย่ามใจ อย่าทำอย่างนี้ ต้องคุมน้ำตาล คุมอาหารด้วย เขาบอกก็ไม่รู้สิ ทุกครั้งพอเขากลับไปเช็คเลือด น้ำตาลก็ไม่ขึ้น !

ซึ่ง T-Mixes จะมี “ใบหม่อน กับเจียวกู่หลาน” ที่ช่วยคุมและลดระดับน้ำตาลในเลือดคือ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่พี่รู้จักด้วยเรื่องของเบาหวานก่อน แต่ว่าความที่ดีต่อตับด้วย แล้วคุณแม่พี่เนี่ยกินแป้ง กินน้ำตาลเยอะ พี่ก็เลยให้เขาดื่ม T-Mixes เพื่อลดน้ำตาลในเลือด ลดความเสี่ยงเรื่องเบาหวานด้วย

หลักการของสมุนไพรของ T-Mixes ตัวนี้ก็คือฟื้นฟูค่ะ ให้ตับกับตับอ่อนกลับมา คือวิธีการชง จะเหมือนชงชาเลยแต่ว่าไม่มีใบชา ให้ต้มน้ำร้อน แล้วก็ใส่ซองสีขาวๆลงไป แล้วดื่มแทนน้ำ ขอบอกเลยว่าหอมมากๆ หลายคนอาจจะบอกว่า ฉันไม่เคยดื่มชาเลยไม่กล้าดื่ม แต่จะบอกเลยว่า กลิ่นของชาสมุนไพรตัวนี้ เหมือนพวกชา คาโมมายด์ กลิ่นเหมือนเราเอาใบไม้ เอาดอกไม้มาต้มดื่ม ที่สำคัญดื่มแทนน้ำได้เลยทั้งวันค่ะ

การทาน ถ้าจะให้สมุนไพรออกฤทธิ์… ต้องชงแบบร้อนจัดค่ะ เมื่อฤทธิ์ของสมุนไพรทำงาน จากนั้นเราจะนำไปแช่เย็นก็ได้ หรือจะใส่น้ำแข็งดื่มแบบไหนก็ได้เลยค่ะ อยากให้ลองเลยนะคะ มาดูแลร่างกายของเราด้วยสมุนไพรที่ดีและเป็นมิตรต่อสุขภาพกันค่ะ

ณวัฒน์เศร้า ! คนใกล้ตัว เสียชีวิตเพราะเบาหวาน

ไม่ใช่เพียงแค่ลูกษอนเท่านั้น คุณณวัฒน์ อิสระไกรศีล ก็มีประสบการณ์เกี่ยวกับ “โรคเบาหวาน” เช่นเดียวกัน แต่เกิดขึ้นกับพนักงานที่บริษัทของเขา มาฟังเรื่องราวจาก คุณณวัฒน์กันเลย !!

“เรารู้สึกว่าเค้ามีอะไรผิดปกติบางอย่าง อยู่ๆผิวของเขาก็เริ่มดำในบางจุด เช่น ข้อศอก หัวเข่า หรือไม่ก็ตามข้อมือ ….ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณของน้ำตาลในเลือดที่มากขึ้น แล้วก็เป็นโรคเบาหวาน โดยที่เค้าเองก็ไม่รู้ตัว แล้วก็ยังดื้อที่จะไม่ไปปรึกษาแพทย์

วันหนึ่งเราตื่นมาตอนเช้า ก็ได้รับโทรศัพท์จากทาง จส.100 ว่าพนักงานของคุณเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน ล้มไปหน้าที่พัก ผมก็รีบขับรถไปดูที่โรงพยาบาล แต่ว่าน้องเค้าได้เสียชีวิตไปแล้ว… หลังจากเสียชีวิตก็มีการวินิจฉัยว่าเกิดจากอะไร …ปรากฎว่า คือ… น้ำตาลขึ้น 600 กว่า โดยที่เค้าก็ไม่เคยรักษาเบาหวาน

จากเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้ผมรู้เลยว่า โรคเบาหวาน เป็นอะไรที่น่ากลัวมากเลย…. ส่วนตัวผมเองด้วยความที่เป็นคนทำงานหนัก เป็นทั้งพิธีกร ทั้งทำรายการ ต้องเดินทางอยู่ตลอด.. แล้วยังเรื่องอาหารการกินบางครั้งทำรายการ ผมก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะต้องทานอาหารประเภท ของมัน ของทอด ของหวาน ซึ่งมีน้ำตาลและไขมันสูงมาก

แต่เพราะอุทาหรณ์จากคนใกล้ตัว ผมจึงต้องดูแลตัวเองมากขึ้นเป็นพิเศษ ที่สำคัญอายุเราก็ไม่น้อยแล้วด้วย ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมานี่ลำบากแน่ๆ เลย… ผมก็เลยหาตัวช่วยเลยครับ และ “ที-มิกซ์” คือคำตอบ… เป็นทางเลือกที่ทำให้เราดูแลตัวเองได้ง่ายขึ้น… ใช้จิบดื่มระหว่างวันก็ให้ความรู้สึกสดชื่นดีครับ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับคนกลัวเบาหวานแบบผมเลย…!!!

ความเชื่อที่ว่า “โรคเบาหวาน” จะเกิดเฉพาะผู้สูงอายุ หรือเฉพาะผู้ที่มีรูปร่างอ้วนนั้น ไม่จริงเลย เพราะสาเหตุที่แท้จริงเกิดจาก การที่ตับอ่อนผลิตอินซูลินได้ไม่ปกติ อาจเกิดจากพฤติกรรมการทานอาหารหรือกรรมพันธุ์นั่นเอง เรามาดูประเภทของโรคเบาหวานกัน จะได้เข้าใจว่า แท้ที่จริงแล้วโรคเบาหวานสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัยจริงๆ

โรคเบาหวาน หรือ Diabetes

เกิดจากภาวะที่ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลที่ได้จากการทานอาหารไปใช้ได้แบบปกติ เป็นผลทำให้น้ำตาลในเลือดสูง ก่อให้เกิด โรคแทรกซ้อนในอวัยวะต่างๆในร่างกาย ต่อเนื่องด้วยการเกิดโรคอันตรายน่ากลัวอื่นๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็น โรคหัวใจขาดเลือด ไตเสื่อม ไตวาย ตาบอด อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคความดันโลหิตสูง เส้นประสาทอักเสบ ชาตามนิ้วมือนิ้วเท้า และอาจเสียชีวิตได้

สาเหตุของโรคเบาหวาน

สาเหตุเกิดจาก “ตับอ่อน” ซึ่งเป็นตัวควบคุมน้ำตาลในร่างกาย ผลิตอินซูลินไม่เพียงพอ เรียกว่า “ภาวะขาดอินซูลิน” หรือ เกิดจากการตอบสนองของอินซูลินที่ลดลง หรือที่เรียกว่า “ภาวะการดื้อต่ออินซูลิน” เพราะอินซูลินมีหน้าที่คอยนำน้ำตาลเข้าสู่ส่วนต่างๆของร่างกายแล้วนำไปเปลี่ยนเป็นพลังงาน แต่เมื่ออินซูลินมีปัญหาจึงส่งผลต่อส่วนต่างๆในร่างกายทำให้ทำงานผิดปกติ

โรคเบาหวานมีด้วยกัน 2 ชนิด

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากการที่ร่างกายผลิตอินซูลินไม่เพียงพอ ผู้ป่วยชนิดนี้มักพบในเด็กหรือมีอายุน้อย ซึ่งมักจะมีรูปร่างที่ผอม เพราะร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอ ต้องทำการรักษา

วิธีการรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 1 คือ ฉีดฮอร์โมนอินซูนลิน เพื่อให้เพียงพอต่อการที่ร่างกายจะนำไปใช้ได้

โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เกิดจากการที่ร่างกายดื้อต่ออินซูลิน มักพบในผู้ป่วยที่มีอายุมาก และมีรูปร่างอ้วน ร่างกายยังสามารถผลิตอินซูลินได้ แต่ไม่สามารถนำไปใช้ ต้องทำการทำการรักษา

วิธีการรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 รักษาโดยการฉีดอินซูลิน และยาบางชนิดเพื่อทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำลงได้

เรื่องสำคัญ เกี่ยวกับ “เบาหวานในประเทศไทย” ที่ต้องรู้ !!!

จากข้อมูล สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย พบว่า คนไทย 1 ใน 11 คนเป็นโรคเบาหวาน โดยมีอัตราความชุกของโรคเบาหวานในประชากรไทยที่อายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้น จากร้อยละ 6.9 เป็นร้อยละ 8.8 ในช่วงระยะเวลา 10 ปี (พ.ศ.2547-2557) ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่ากลัวมาก พึงควรระวังให้จริงจังเป็นอย่างยิ่ง สามารถดูข้อมูลการป้องกันโรคเบาหวานได้ ที่นี่ (ใส่ Link คลิกไปหน้า Topic นั้น)

นอกจากนี้ ยังพบว่า ประชากรหญิงในไทยเป็นโรคเบาหวาน ร้อยละ 9.8% ในขณะที่ ประชากรชายเป็นเบาหวานร้อยละ 7.8 และยังพบว่า กลุ่มอายุ 60-69 ปี มีความชุกของโรคเบาหวานสูงสุด ผู้หญิง ร้อยละ 21.9 ผู้ชายร้อยละ 15.9 นั่นหมายถึง พบว่าผู้หญิงมีเปอร์เซ็นการเป็นโรคเบาหวานมากกว่า

ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคเบาหวาน

  1. ภาวะอ้วน : น้ำหนักที่มากเกินเกณฑ์กำหนด
  2. กรรมพันธุ์ : การมีพ่อแม่หรือพี่น้องที่เป็นโรคเบาหวาน
  3. พฤติกรรมการทานอาหาร : ชอบทานอาหาร หรืออาหารที่มีแป้งมากเกินไป
  4. การดื่มสุรา หรือสูบบุหรี่อย่างหนัก
  5. การขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

คุณเสี่ยงเป็นเบาหวานหรือไม่ ? สังเกตอาการของผู้ที่เป็นเบาหวาน ได้ดังนี้

  1. ปัสสาวะบ่อย มากกว่า 10 ครั้ง ใน 1 วัน
  2. ดื่มน้ำบ่อยและมากยิ่งขึ้น
  3. มีน้ำหนักขึ้นลงผิดปกติ
  4. มองเห็นไม่ค่อยชัดเจน
  5. แผลหายช้ากว่าปกติ

ทำอย่างไรให้ไม่เป็นเบาหวาน

  1. หันมาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  2. ทานอาหารที่มีประโยชน์ ทานแค่พออิ่ม
  3. หลีกเลี่ยงอาหารหวาน มัน ทอด
  4. ควบคุมน้ำหนัก
  5. ไม่ดื่มสุรา หรือสูบบุหรี่
  6. ตรวจสุขภาพเป็นประจำหรือปรึกษาแพทย์ และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
  7. ทานอาหารที่มีประโยชน์จากสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น สมุนไพร ผัก ผลไม้ ที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ

เพียงเท่านี้เราก็สามารถมีสุขภาพที่ดีและห่างไกลเบาหวานได้แล้ว โรคเบาหวานมีความน่ากลัวก็จริง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปที่จะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นในคนที่เรารักหรือตัวเราเอง เพียงเรารู้วิถีทางป้องกัน หรือรู้วิธีรักษาที่ถูกต้อง คนใกล้ตัวที่เรารัก และตัวเราเองก็จะปลอดภัย ห่างไกลจาก “โรคเบาหวาน” อย่างสมบูรณ์

เป็น "เบาหวาน" เกี่ยวอะไรกับ "ความดัน"